ไข้หวัดใหญ่ โรคที่อาจร้ายกว่าที่คิด

ไข้หวัดใหญ่ โรคที่อาจร้ายกว่าที่คิด



แม้ว่าสังคมไทยจะรู้จักโรคไข้หวัดใหญ่และวัคซีนไข้หวัดใหญ่มาเป็นเวลานาน แต่ก็ไม่ค่อยดีนัก จนกระทั่งเมื่อมีการระบาดของโรคไข้หวัดนกในสัตว์ปีกและแพร่กระจายมายังคน แต่ความเข้าใจและความตระหนักเกี่ยวกับความสำคัญของโรคและวัคซีนในสังคมซึ่ง รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ยังคงเป็นอุปสรรคที่สำคัญในการดำเนินการรับมือกับ โรคไข้หวัดใหญ่ซึ่งอาจเกิดการระบาดใหญ่ขึ้นในโลกได้ในอนาคตอันใกล้

การไม่ยอมรับการใช้วัคซีนของบุคลากรทางการแพทย์รวมทั้งประชาชนในสังคมบาง ส่วนเป็นสัญญาณเตือนให้ภาครัฐและผู้ทำงานในเชิงป้องกันและควบคุมโรคต้อง พิจารณาเป็นบทเรียนที่จะปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การดำเนินงานและบริการจัดการ ในเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ

ในช่วงต้นภาครัฐและภาคเอกชนได้ดำเนินการให้ความรู้และประชาสัมพันธ์ความรู้เกี่ยวกับการรับมือกับโรคไข้หวัดใหญ่มาอย่าง
ต่อเนื่อง ผ่านการบรรยาย การประชุมเชิงปฏิบัติการ และการอภิปรายในการประชุมทางวิชาการต่างๆ สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ และ
ผ่านสื่อต่างๆ ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์สำหรับประชาชนทั่วไปซึ่งก็ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ยังมีความเชื่อและความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปหลายประเด็น โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ด้วยวัคซีน มีคำถามเกิดขึ้นมากมาย ทั้งจากแพทย์
บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนทั่วไป ซี่งต้องการการชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมตลอดจนรูปแบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ

การสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องและเหมาะสมเกี่ยวกับโรคไข้หวัดใหญ่และการป้องกัน ด้วยวัคซีนจะเป็นกลวิธีที่สำคัญที่จะช่วยปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการเดินหน้า ต่อไปสำหรับการดำเนินงานในปัจจุบันและอนาคต โดยคาดหวังว่าการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพในรูปแบบใหม่ๆของการเรียนการสอน จะช่วยพัฒนาการสร้างความตระหนักและความยอมรับของแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนทั่วไป ให้เกิดขึ้นในวงกว้างขวางเพิ่มขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน นำมาซึ่งความสำเร็จในการควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่ และมีความพร้อมในการรับมือกับการระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่ในอนาคตต่อไป

หนังสือ “ไข้หวัดใหญ่ โรคที่อาจร้ายกว่าที่คิด” ได้เรียบเรียงขึ้นโดยการประมวลประเด็นปัญหาต่างๆ ในการสื่อสารเกี่ยวกับโรคไข้หวัดใหญ่และการป้องกันโรค และหนทางในการปรับปรุงแก้ไข โดยใช้ภาษาง่ายๆ และจำกัดปริมาณของข้อมูลที่จะใช้ รวมทั้งแสดงตัวอย่างประโยคที่ใช้ในการสื่อสาร โดยหวังว่าผู้อ่านจะได้เรียนรู้และนำแนวคิดการสื่อสารแนวใหม่ไปประยุกต์ใช้ กับการทำงานในบริบทที่เหมาะสมสำหรับแต่ละกลุ่มคนและแต่ละสังคมต่อไป