Chula Kids' Community

ผู้เขียน หัวข้อ: โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ  (อ่าน 2678 ครั้ง)

nickuntitled

  • Administrator
  • Newbie
  • *****
  • กระทู้: 12
โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
« เมื่อ: ธันวาคม 13, 2013, 01:30:22 am »
โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
โครงการจุฬาคิดส์คลับ
 www.chulakid.com   

ความสำคัญของโรค       

โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ คือโรคติดเชื้อของกระเพาะปัสสาวะ บางครั้งเรียกว่า การติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง พบได้ในเด็กทุกอายุ พบบ่อยในช่วงอายุ 2-4 ปี และพบในเด็กผู้หญิงมากกว่าเด็กผู้ชาย โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัส สาเหตุอื่นที่พบบ้างคือ ยาบางชนิด และยาเคมีบำบัด   

อาการของผู้ป่วย    

ผู้ป่วยกระเพาะปัสสาวะอักเสบจะมีอาการปัสสาวะบ่อย กระปริดกระปรอย แสบขัด หรือปัสสาวะไม่ออก อาจมีปัสสาวะเล็ด ปัสสาวะรดที่นอน มีไข้ต่ำๆ มีอาการเจ็บหรือปวดบริเวณหัวเหน่า  ในรายที่รุนแรง ปัสสาวะอาจมีสีแดงเนื่องจากมีเลือดออกมาในปัสสาวะ มีเลือดเป็นหยดขณะปัสสาวะสุด หรือมีก้อนเลือดเล็กๆ ปนออกมากับปัสสาวะ    

การวินิจฉัยโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบต้องอาศัยประวัติ การตรวจร่างกาย และการตรวจทางห้องปฏิบัติการได้แก่ การตรวจปัสสาวะ และการเพาะเชื้อจากปัสสาวะ โดยจะตรวจพบเม็ดเลือดขาวและเม็ดเลือดแดงในปัสสาวะ ในผู้ป่วยเด็กเล็กและในเด็กโตที่มีการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะซ้ำ ควรตรวจทางรังสีวิทยาเพิ่มเติม เพื่อหาความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ

การดูแลรักษา    

โดยทั่วไปผู้ป่วยกระเพาะปัสสาวะอักเสบสามารถให้การรักษาแบบผู้ป่วยนอกโดยการรับประทานยาปฏิชีวนะนาน 3-5 วัน ควรดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้ปัสสาวะบ่อย ไม่กลั้นปัสสาวะ  ผู้ป่วยที่มีภาวะกระเพาะปัสสาวะทำงานไวเกินปกติ ซึ่งทำให้มีปัสสาวะบ่อยและปัสสาวะเล็ด อาจจำเป็นต้องให้ยาเพื่อช่วยลดการทำงานไวเกินปกติของกระเพาะปัสสาวะ   

การป้องกัน     

การป้องกันโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบที่สำคัญคือ การดูแลสุขอนามัย โดยเฉพาะบริเวณอวัยวะเพศและทวารหนักให้สะอาด ไม่ให้เกิดการระคายเคือง และไม่ให้เกิดการปนเปื้อนอุจจาระ  หลีกเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะและท้องผูก เนื่องจากทำให้มีน้ำปัสสาวะเหลือค้างในกระเพาะปัสสาวะ จึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อ  ในเด็กผู้หญิงที่อ้วน เวลาปัสสาวะควรนั่งอ้าขากว้างๆ เนื่องจากการนั่งหนีบขาในขณะปัสสาวะ จะทำให้มีน้ำปัสสาวะไหลย้อนเข้าช่องคลอด เวลายืนขึ้น น้ำปัสสาวะจะไหลกลับออกมาและทำให้เกิดการระคายเคือง เชื้อแบคทีเรียอาจลุกลามผ่านท่อปัสสาวะและเกิดการติดเชื้อได้

games99

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 5
Re: โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มิถุนายน 20, 2014, 10:10:44 am »
 ;D ;D ;D ;D ;D ;D

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 28, 2016, 03:21:31 pm โดย admin »

winny

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 5
Re: โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ตุลาคม 17, 2014, 01:52:00 pm »
ลูกเป็นเหมือนที่บอกเลยค่ะ สงสัยลูกจะเป็นโรคนี้จริงๆ

Clintomunk

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
Re: โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2015, 03:58:23 pm »
เป็นแล้วจะไม่ค่อยหายสนิทอ่ะซิ

mickiezbong001

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 5
Re: โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2016, 09:40:31 pm »

มาเช็คช่องปากกันเถอะ  ปัญหาเหงือกอักเสบ กลิ่นปาก เลือดออกตามไรฟัน
คุณมีปัญหาเหล่านี้หรือไม่???
•   มีเลือดออกตามไรฟันขณะแปรงฟัน
•   เหงือกมีสีแดง ชมพูเข้ม บวม แดงคล้ำ เหงือกร่น
•   รู้สึกเจ็บ และปวดเวลาสัมผัสเหงือก
•   มีกลิ่นปาก เพราะเศษอาหารจะไปตกค้างบริเวณที่เหงือกอักเสบ
•   เหงือกจะเริ่มแยกตัวออกจากฟัน รู้สึกว่าฟันตัวเองยาวขึ้น
•   มีหนองไหลออกมาจากร่องของเหงือก
•   ฟันเริ่มโยก เพราะมีการละลายของกระดูกที่รองรับฟัน และเหงือกเป็นหนอง หากใครมีอาการฟันโยก แสดงว่าเป็นโรคเหงือกในระยะที่เป็นมากแล้ว
วิธีป้องกันและแก้ไขหากพบปัญหาของโรคเหงือกอักเสบแล้ว
          ในอับดับแรกเลยนะคะ แน่นอนค่ะไปพบทันตแพทย์เพื่อรักษาโรคเหงือกอักเสบ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลรักษาช่องปาก
•   ทำความสะอาดฟันอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง โดยแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ร่วมกับไหมขัดฟันวันละ 1 ครั้ง
•   เลือกใช้แปรงสีฟันที่มีขนแปรงอ่อนนุ่ม เพื่อลดการเสียดทานบริเวณเหงือก
•   เลือกใช้ยาสีฟันสมุนไพร เพราะในยาสมุนไพรมีส่วนผสมของสมุนไพรสำคัญๆที่ช่วยดูแลช่องปากเราได้ดียิ่งขึ้นค่ะ
•   พบทันตแพทย์ เพื่อตรวจสุขภาพปากและฟันทุก ๆ 6 เดือน


ที่มา : http://www2.hiherbdayandnightcare.com/

mickiezbong001

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 5
Re: โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กันยายน 14, 2016, 09:26:53 pm »
วันนี้จะมารีวิวยาสีฟันที่ใช้กันเป็นประจำ ไม่มีอะไรแทนได้จริงๆ ก่อนหน้านี้คิดว่ายาสีฟันอะไรก็ได้แค่แปรงฟันทุกวันเช้า-เย็น ถูฟันให้ทั่วทุกซี่ก็พอ แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่เลยค่ะ  มันมีอะไรที่เป็นมากกว่าการแปรงฟัน ก่อนหน้านี้จะเกิดปัญหาเรื่อง กลิ่นปาก ตลอดเวลาคุยกับใครก็รู้สึกไม่มั่นใจ  ต้องอาศัยหมากฝรั่งหรือลูกอมบ่อยๆ เสียบุคลิคมากๆ
จนมีช่วงนึง รู้สึกปวดๆตึงๆที่ฟัน(แต่ไม่ใช่อาการปวดฟันนะคะ แค่รู้สึกตึงๆ เฉยๆ)  เย็นวันนั้นเลยไปหาคุณหมอที่่คลีนิคทำฟันชื่อดังแห่งหนึ่ง ไม่ขอเอ่ยนามเนอะ คุณหมอดูแล้วบอกว่าฟันไม่ผุ แต่สาเหตุที่ทำให้รู้สึกตึงๆ เกิดจากโรค เหงือกอักเสบ  แล้วหมอก็ให้เรามองที่กระจกค่ะ หมอใช้ก้านกระจกยาวๆขอหมอส่องให้เราดูผ่านทางกระจกก็พบว่า เหงือกบวมและแดงมาก คุณหมอแนะนำในเรื่องของการดูแลรักษาช่องปาก และแนะนำให้มาตรวจฟันพร้อมกับขูดหินปูนในทุกๆ 6 เดือน เพื่อสุขภาพช่องปากของเราเอง  คุณหมอแนะนำให้เลือกยาสีฟันที่ีมีส่วนผสมของสมุนไพร  คือสมุนไพรจะช่วยมาบำรุงในส่วนของเหงือกและฟันค่ะ  คุณหมอก็แนะนำมาหลายยี่ห้อนะคะ แต่จะขอเอ่ยแค่ตัวที่เราใช้แล้วโอเคที่สุดและติดใจมากๆ เพราะช่วยแก้ปัญหาช่องปากเราได้ดีเลยค่ะ  ไม่มีโรคเหงือกอักเสบ ก็ไม่มีกลิ่นปาก กลิ่นปากหายไปชีวิตแฮปปี้ขึ้นมาก มั่นใจขึ้นเยอะเลย
เราใช้อันนี้เลย ยาสีฟันสมุนไพร ไฮเฮิร์บ
ลองมาแทบจะทุกยี่ห้อ แต่ไฮเฮิร์บมันใช่อะ
- เนื้อยาสีฟันออกแนวเขียวอ่อน ๆ บีบง่าย
- รสชาติกลางๆ ไม่ได้เค็มเหมือนพวกสูตรเกลือ และถึงเป็นยาสีฟันสมุนไพรก็ไม่ได้ขมนะจ๊ะ
- บีบยาสีฟันไม่เยอะมาก(ถ้าเป็นเมื่อก่อนจะบีบเต็มแปรงเลยค่ะ) แต่แปรงฟันได้ทั้งช่องปาก
- รู้สึกกลิ่นปากลดลงแบบชัดเจนมาก
- หลังจากมาลองใช้ยาสีฟันสมุนไพรไฮเฮิร์บไม่เคยเจอปัญหาโรคเหงือกอักเสบมากวนใจอีกเลย
บรรยายมาเยอะ  คือเราใช้อะไรดีเราก็อยากบอกต่อเนอะ  จะได้ไม่ต้องเสียเวลาหว่านซื้อทุกยี่ห้อมาลองใช้
ปล.แอบกระซิบค่ะ  พบคุณหมอฟันเมื่อเดือนที่ผ่านมา  คุณหมอทักเลยว่าช่องปากดีขึ้นเยอะ  หินปูนยังไม่เกาะเลยอะ  อันนี้ราไม่รู้ว่าเกี่ยวกับการใช้ยาสีฟันไหมนะเรื่องหินปูน อยากรู้ต้องลองค่ะ

จบแล้วๆ  ว่างๆจะนำสิ่งดีๆมาบอกต่อใหม่น๊า