Chula Kids' Community

ผู้เขียน หัวข้อ: โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ  (อ่าน 2229 ครั้ง)

nickuntitled

  • Administrator
  • Newbie
  • *****
  • กระทู้: 12
โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
« เมื่อ: ธันวาคม 13, 2013, 01:30:22 am »
โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
โครงการจุฬาคิดส์คลับ
 www.chulakid.com   

ความสำคัญของโรค       

โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ คือโรคติดเชื้อของกระเพาะปัสสาวะ บางครั้งเรียกว่า การติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง พบได้ในเด็กทุกอายุ พบบ่อยในช่วงอายุ 2-4 ปี และพบในเด็กผู้หญิงมากกว่าเด็กผู้ชาย โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัส สาเหตุอื่นที่พบบ้างคือ ยาบางชนิด และยาเคมีบำบัด   

อาการของผู้ป่วย    

ผู้ป่วยกระเพาะปัสสาวะอักเสบจะมีอาการปัสสาวะบ่อย กระปริดกระปรอย แสบขัด หรือปัสสาวะไม่ออก อาจมีปัสสาวะเล็ด ปัสสาวะรดที่นอน มีไข้ต่ำๆ มีอาการเจ็บหรือปวดบริเวณหัวเหน่า  ในรายที่รุนแรง ปัสสาวะอาจมีสีแดงเนื่องจากมีเลือดออกมาในปัสสาวะ มีเลือดเป็นหยดขณะปัสสาวะสุด หรือมีก้อนเลือดเล็กๆ ปนออกมากับปัสสาวะ    

การวินิจฉัยโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบต้องอาศัยประวัติ การตรวจร่างกาย และการตรวจทางห้องปฏิบัติการได้แก่ การตรวจปัสสาวะ และการเพาะเชื้อจากปัสสาวะ โดยจะตรวจพบเม็ดเลือดขาวและเม็ดเลือดแดงในปัสสาวะ ในผู้ป่วยเด็กเล็กและในเด็กโตที่มีการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะซ้ำ ควรตรวจทางรังสีวิทยาเพิ่มเติม เพื่อหาความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ

การดูแลรักษา    

โดยทั่วไปผู้ป่วยกระเพาะปัสสาวะอักเสบสามารถให้การรักษาแบบผู้ป่วยนอกโดยการรับประทานยาปฏิชีวนะนาน 3-5 วัน ควรดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้ปัสสาวะบ่อย ไม่กลั้นปัสสาวะ  ผู้ป่วยที่มีภาวะกระเพาะปัสสาวะทำงานไวเกินปกติ ซึ่งทำให้มีปัสสาวะบ่อยและปัสสาวะเล็ด อาจจำเป็นต้องให้ยาเพื่อช่วยลดการทำงานไวเกินปกติของกระเพาะปัสสาวะ   

การป้องกัน     

การป้องกันโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบที่สำคัญคือ การดูแลสุขอนามัย โดยเฉพาะบริเวณอวัยวะเพศและทวารหนักให้สะอาด ไม่ให้เกิดการระคายเคือง และไม่ให้เกิดการปนเปื้อนอุจจาระ  หลีกเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะและท้องผูก เนื่องจากทำให้มีน้ำปัสสาวะเหลือค้างในกระเพาะปัสสาวะ จึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อ  ในเด็กผู้หญิงที่อ้วน เวลาปัสสาวะควรนั่งอ้าขากว้างๆ เนื่องจากการนั่งหนีบขาในขณะปัสสาวะ จะทำให้มีน้ำปัสสาวะไหลย้อนเข้าช่องคลอด เวลายืนขึ้น น้ำปัสสาวะจะไหลกลับออกมาและทำให้เกิดการระคายเคือง เชื้อแบคทีเรียอาจลุกลามผ่านท่อปัสสาวะและเกิดการติดเชื้อได้

games99

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 5
Re: โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มิถุนายน 20, 2014, 10:10:44 am »

winny

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 5
Re: โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ตุลาคม 17, 2014, 01:52:00 pm »
ลูกเป็นเหมือนที่บอกเลยค่ะ สงสัยลูกจะเป็นโรคนี้จริงๆ

Clintomunk

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
Re: โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2015, 03:58:23 pm »
เป็นแล้วจะไม่ค่อยหายสนิทอ่ะซิ

mickiezbong001

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 1
Re: โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2016, 09:40:31 pm »

มาเช็คช่องปากกันเถอะ  ปัญหาเหงือกอักเสบ กลิ่นปาก เลือดออกตามไรฟัน
คุณมีปัญหาเหล่านี้หรือไม่???
•   มีเลือดออกตามไรฟันขณะแปรงฟัน
•   เหงือกมีสีแดง ชมพูเข้ม บวม แดงคล้ำ เหงือกร่น
•   รู้สึกเจ็บ และปวดเวลาสัมผัสเหงือก
•   มีกลิ่นปาก เพราะเศษอาหารจะไปตกค้างบริเวณที่เหงือกอักเสบ
•   เหงือกจะเริ่มแยกตัวออกจากฟัน รู้สึกว่าฟันตัวเองยาวขึ้น
•   มีหนองไหลออกมาจากร่องของเหงือก
•   ฟันเริ่มโยก เพราะมีการละลายของกระดูกที่รองรับฟัน และเหงือกเป็นหนอง หากใครมีอาการฟันโยก แสดงว่าเป็นโรคเหงือกในระยะที่เป็นมากแล้ว
วิธีป้องกันและแก้ไขหากพบปัญหาของโรคเหงือกอักเสบแล้ว
          ในอับดับแรกเลยนะคะ แน่นอนค่ะไปพบทันตแพทย์เพื่อรักษาโรคเหงือกอักเสบ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลรักษาช่องปาก
•   ทำความสะอาดฟันอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง โดยแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ร่วมกับไหมขัดฟันวันละ 1 ครั้ง
•   เลือกใช้แปรงสีฟันที่มีขนแปรงอ่อนนุ่ม เพื่อลดการเสียดทานบริเวณเหงือก
•   เลือกใช้ยาสีฟันสมุนไพร เพราะในยาสมุนไพรมีส่วนผสมของสมุนไพรสำคัญๆที่ช่วยดูแลช่องปากเราได้ดียิ่งขึ้นค่ะ
•   พบทันตแพทย์ เพื่อตรวจสุขภาพปากและฟันทุก ๆ 6 เดือน


ที่มา : http://www2.hiherbdayandnightcare.com/