Chula Kids' Community

ผู้เขียน หัวข้อ: โรคไข้เลือดออก  (อ่าน 879 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Newbie
  • *****
  • กระทู้: 45
โรคไข้เลือดออก
« เมื่อ: มกราคม 31, 2013, 11:31:23 AM »
โรคไข้เลือดออก
รศ.นพ.ชิษณุ พันธุ์เจริญ
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โรคไข้เลือดออกเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย ต้องอาศัยการวินิจฉัยที่ถูกต้องและรวดเร็ว เฝ้าระวังผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดและให้การรักษาอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะช็อกหรือมีภาวะเลือดออก ซึ่งบางครั้งอาจรุนแรงถึงขั้นทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ ปัจจุบันมีแนวโน้มว่าอายุของผู้ป่วยไข้เลือดออกจะเพิ่มขึ้น จากเดิมซึ่งมักพบในผู้ป่วยเด็กเล็ก มาเป็นเด็กโต วัยรุ่น และผู้ใหญ่อายุน้อย 

ไข้เลือดออกกับยุงลาย
   โรคไข้เลือดออกเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกีซึ่งมี 4 ชนิด มียุงลายเป็นพาหะนำโรค เมื่อยุงลายที่มีเชื้อไวรัสเดงกีกัดคน จะปล่อยเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกาย ยุงลายมักหากินในเวลากลางวันและออกไข่ในน้ำสะอาดที่ขังอยู่ในภาชนะภายในบ้านเรือนหรือในแหล่งน้ำตามธรรมชาติ

ผู้ป่วยไข้เลือดออกมีอาการอย่างไร
   อาการของผู้ป่วยไข้เลือดออกที่สำคัญคือ ไข้สูงลอยนาน 3-7 วัน หน้าแดง ปวดเมื่อยตามตัว
ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง ตับโตและกดเจ็บ และพบเลือดออกที่ผิวหนังและในกระเพาะอาหารได้ ผู้ป่วยบางรายอาจมีการรั่วของน้ำออกจากเส้นเลือด ทำให้มีภาวะเลือดข้นและเกิดอาการช็อกได้

รู้ได้อย่างไรว่าเป็นไข้เลือดออก
          การวินิจฉัยโรคไข้เลือดออกอาศัยอาการของผู้ป่วยร่วมกับผลการตรวจเลือด การตรวจนับเม็ดเลือดวันที่ 3-4 ของไข้จะพบจำนวนเม็ดเลือดขาวและเกร็ดเลือดลดลง และอาจพบความเข้มข้นของเลือดสูงขึ้น การตรวจเลือดเพื่อยืนยันว่าเป็นโรคไข้เลือดออกจริงมีหลายวิธี ที่นิยมใช้คือ การตรวจหาเอ็นเอส-1 การตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ และการตรวจด้วยวิธีพีซีอาร์ 
 
ไข้เลือดออก รักษาอย่างไร
   1. การดูแลรักษาเบื้องต้น ผู้ป่วยไข้เลือดออกส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรงและสามารถให้การดูแลรักษาที่บ้านได้ ควรนำผู้ป่วยมาพบแพทย์ทุก 1-2 วันเพื่อติดตามอาการ เพื่อการวินิจฉัยโรคที่ถูกต้อง และเพื่อการรักษาที่เหมาะสม การดูแลผู้ป่วยประกอบด้วย การลดไข้ด้วยการเช็ดตัวและกินยาลดไข้ รับประทานอาหารอ่อน และดื่มน้ำให้เพียงพอ ผู้ป่วยที่มีอาการโดยทั่วไปแย่ลงโดยเฉพาะเมื่อไข้ลดลง เช่น ซึม มือเท้าเย็น ชีพจรเต้นเบาเร็ว กระสับกระส่าย ปวดท้องรุนแรง อาเจียนเป็นเลือด ต้องรีบไปโรงพยาบาล
          2. การรักษาในโรงพยาบาล ผู้ป่วยที่ดื่มน้ำได้ไม่เพียงพอ ปวดท้องหรืออาเจียนมาก มีภาวะเลือดข้น มีเลือดออกในกระเพาะอาหาร หรือมีภาวะช็อก ควรรับไว้รักษาในโรงพยาบาล

ป้องกันไม่ให้เป็นไข้เลือดออกได้อย่างไร
   การป้องกันโรคไข้เลือดออกทำได้โดยหลีกเลี่ยงไม่ให้ยุงกัด ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และในอนาคตอันใกล้จะมีการนำวัคซีนมาใช้ในการป้องกันโรคไข้เลือดออก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 31, 2013, 11:34:32 AM โดย admin »