Chula Kids' Community

ผู้เขียน หัวข้อ: วัคซีนสำหรับลูกน้อย... หนทางในการป้องกันภัยร้าย  (อ่าน 17766 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Newbie
  • *****
  • กระทู้: 45
วัคซีนสำหรับลูกน้อย... หนทางในการป้องกันภัยร้าย   

        “การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันมีสองวิธีใหญ่ๆ คือการให้ภูมิคุ้มกันชนิดสำเร็จรูปที่เรียกว่า อิมมูโนโกลบุลินซึ่งสามารถออกฤทธิ์ต่อต้านเชื้อโรคได้ทันที และการให้วัคซีนซึ่งเข้าไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้สร้างภูมิคุ้มกันหรือแอนติบอดีซึ่งต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์หรือเดือนหลังให้”

        วัคซีนทำหน้าที่เสมือนเป็นสิ่งกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันไว้เป็นเครื่องป้องกันให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคบางชนิดได้ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย การให้วัคซีนเป็นวิธีการหนึ่งในการสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรง ซึ่งมีความคุ้มค่ากว่าการให้การรักษาโรคเมื่อมีการติดเชื้อหรือเป็นโรคแล้ว โรคบางโรคได้ถูกกำจัดให้สูญหายไปจากโลกแล้ว ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากการใช้วัคซีน เช่น โรคฝีดาษ และบางโรคกำลังรอการกำจัดให้หมดไป เช่น โรคโปลิโอ    ในขบวนการผลิตวัคซีนจำเป็นต้องให้ได้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันโรค และความปลอดภัยอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีความพยายามอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาและวิจัยวัคซีนชนิดใหม่ๆ เช่น วัคซีนไข้เลือดออก วัคซีนเอดส์

ประเภทของวัคซีน
        วัคซีนสามารถจำแนกตามวิธีการผลิตเป็น 3 ประเภทคือ

   1. ท็อกซอยด์ ผลิตขึ้นโดยนำพิษของเชื้อโรคมาทำให้หมดฤทธิ์ไป แต่   ยังสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้  ใช้สำหรับโรคติดเชื้อที่เกิดจากพิษของเชื้อ เช่น โรคคอตีบ โรคบาดทะยัก
   2. วัคซีนเชื้อตาย ผลิตขึ้นโดยใช้เชื้อโรคทั้งตัวหรือเฉพาะชิ้นส่วนของเชื้อโรคที่ตายแล้ว เช่น วัคซีนตับอักเสบบี วัคซีนไอกรน วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี วัคซีนตับอักเสบเอ วัคซีนโปลิโอชนิดฉีด วัคซีนไข้หวัดใหญ่
   3. วัคซีนเชื้อเป็น  ผลิตขึ้นโดยใช้เชื้อโรคมาทำให้ฤทธิ์อ่อนลงจนไม่ทำให้เกิดโรค แต่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ เช่น วัคซีนรวมหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม วัคซีนอีสุกอีใส เพื่อให้ง่ายแก่ความเข้าใจและเป็นประโยชน์ในการนำไปใช้

    สามารถจำแนกวัคซีนอีกวิธีหนึ่งได้เป็นสี่ประเภทโดยอาศัยแผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศได้แก่    

   1. วัคซีนพื้นฐานหรือวัคซีนบังคับ  หมายถึงวัคซีนที่ได้รับการบรรจุในแผนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศ ให้ใช้ในเด็กไทยทุกคน ได้แก่ วัคซีนตับอักเสบบี วัคซีนรวมคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน วัคซีนโปลิโอชนิดกิน วัคซีนรวมหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม และวัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี
   2. วัคซีนเผื่อเลือก  หมายถึงวัคซีนที่อาจมีประโยชน์ แต่ความสำคัญด้านสาธารณสุขของโรคที่ป้องกันด้วยวัคซีนเหล่านี้ยังไม่อยู่ในลำดับต้นๆ ประกอบกับวัคซีนมีราคาสูง และยังไม่มั่นใจเรื่องความคุ้มค่าของวัคซีนหากนำมาใช้สำหรับเด็กทั้งประเทศ รัฐบาลจึงยังไม่ได้จัดสรรงบประมาณให้สำหรับวัคซีนกลุ่มนี้  หากต้องการฉีด จึงต้องเสียค่าใช้จ่ายด้วยตนเอง เช่น วัคซีนตับอักเสบเอ วัคซีนอีสุกอีใส และวัคซีนฮิบ วัคซีนนิวโมคอคคัสชนิดคอนจูเกต วัคซีนโรต้า วัคซีนเอชพีวี นอกจากนี้วัคซีนเผื่อเลือกยังครอบคลุมถึงวัคซีนที่ได้รับการพัฒนาเพื่อให้มีอาการข้างเคียงน้อยลง ซึ่งเป็นที่นิยมใช้ในประเทศที่พัฒนาแล้วและมีใช้ในประเทศไทยแล้ว เช่น วัคซีนโปลิโอชนิดฉีด วัคซีนไอกรนชนิดไม่มีเซลล์ ในอนาคตวัคซีนบางชนิดในกลุ่มนี้อาจเปลี่ยนไปเป็นวัคซีนพื้นฐานก็ได้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาความคุ้มค่าอย่างรอบด้าน
   3. วัคซีนพิเศษ หมายถึงวัคซีนที่มีข้อบ่งชี้ชัดเจนในกลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรค หรือหากเกิดโรคอาจมีอาการและภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น วัคซีนนิวโมคอคคัสชนิดโพลีแซคคาไรด์สำหรับผู้ป่วยที่ไม่มีม้ามและผู้สูงอายุ วัคซีนไข้หวัดใหญ่สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจโรคปอดเรื้อรังและผู้สูงอายุ วัคซีนพิษสุนัขบ้าสำหรับผู้ที่ถูกสัตว์กัด วัคซีนทัยฟอยด์สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปยังพื้นที่ซึ่งมีการระบาดของโรคทัยฟอยด์ วัคซีนไข้กาฬหลังแอ่นสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศทางตะวันออกกลาง
   4. วัคซีนที่อยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนา หมายถึงวัคซีนที่มีความสำคัญในการป้องกันโรคที่กำลังเป็นปัญหาในหลายประเทศและยังอยู่ในขั้นตอนของการวิจัย การผลิต หรืออยู่ระหว่างการทดลองในอาสาสมัคร เช่น วัคซีนไข้เลือดออก วัคซีนมาลาเรีย วัคซีนเอดส์   

วิธีการใช้วัคซีน

    วัคซีนแต่ละชนิดมีวิธีการใช้ที่แตกต่างกัน วัคซีนบางอย่างมีวิธีการใช้ได้หลายวิธีตามชนิดของวัคซีน เช่น วัคซีนโปลิโอมีทั้งชนิดหยอดและชนิดฉีด วัคซีนทัยฟอยด์มีชนิดกินและชนิดฉีด ขณะเดียวกันวัคซีนชนิดเดียวกันอาจฉีดได้หลายแบบ เช่น วัคซีนพิษสุนัขบ้า อาจฉีดเข้าในผิวหนังหรือเข้ากล้ามเนื้อ

วิธีการใช้วัคซีนที่สำคัญมี 4 วิธีคือ

   1. การรับประทาน ทำให้เกิดภูมิคุ้มกันทั้งในเลือดและในลำไส้ เช่นวัคซีนโปลิโอชนิดหยอด วัคซีนทัยฟอยด์ชนิดกินแบบแค็ปซูล
   2. การฉีดเข้าในผิวหนัง  ทำให้เกิดภูมิคุ้มกันได้ดีและใช้ปริมาณวัคซีนน้อย ซึ่งเป็นการประหยัดวัคซีนอีกอย่างหนึ่ง  แต่การฉีดต้องอาศัยความชำนาญของผู้ฉีด เช่น วัคซีนบีซีจี
   3. การฉีดเข้าใต้ผิวหนัง  ใช้สำหรับวัคซีนที่ไม่ต้องการให้ดูดซึมเร็วมาก เช่น วัคซีนรวมหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม
   4. การฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ใช้สำหรับวัคซีนที่ต้องการให้ดูดซึมเร็ว การฉีดเข้ากล้ามเนื้อควรฉีดเข้าที่บริเวณกล้ามเนื้อหัวไหล่ ไม่ควรฉีดเข้ากล้ามเนื้อสะโพกเนื่องจากกล้ามเนื้อหัวไหล่มีเลือดไปเลี้ยงมากกว่า มีการเคลื่อนไหวมากกว่า และมีปริมาณไขมันน้อยกว่า จึงสามารถดูดซึมได้เร็วที่สะโพก

ข้อควรระวังเกี่ยวกับวัคซีน

   1. กรณีมีไข้ ควรเลื่อนการฉีดวัคซีน โดยเฉพาะกรณีไข้สูงและวัคซีนที่ให้อาจทำให้เกิดไข้ ถ้าเจ็บป่วยเล็กน้อย เช่น เป็นหวัด น้ำมูกไหล สามารถให้วัคซีนได้ สำหรับเด็กที่เคยชักจากไข้สูง ควรให้ยาลดไข้ร่วมด้วยหรือพิจารณาเปลี่ยนเป็นวัคซีนชนิดอื่น
   2. กรณีพึ่งได้รับเลือด พลาสม่า หรืออิมมูโนโกลบุลิน ไม่ควรให้วัคซีนเชื้อเป็นเพราะอาจไม่ได้ผลหรือได้ผลไม่ดี การเลื่อนออกไปนานเท่าใดขึ้นอยู่กับจำนวนและชนิดของเลือดที่ได้รับ
   3. กรณีแพ้วัคซีนหรือส่วนประกอบของวัคซีน ควรหลีกเลี่ยงการให้วัคซีนนั้นๆ  ผู้ที่แพ้ไข่ชนิดรุนแรงไม่ควรให้วัคซีนที่ผลิตจากไข่ เช่น วัคซีนคางทูม วัคซีนหัด วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ถ้าแพ้แบบลมพิษสามารถให้ได้เพราะในวัคซีนมีปริมาณของไข่อยู่น้อยมาก
   4. ไม่ควรให้วัคซีนเชื้อเป็นในหญิงตั้งครรภ์
   5. หญิงที่ได้รับวัคซีนหัดเยอรมันหรือวัคซีนเชื้อเป็นอื่น ควรคุมกำเนิดหลังได้รับวัคซีนนาน 1 เดือน
   6. ทารกคลอดก่อนกำหนด สามารถรับวัคซีนได้ตามปกติ ยกเว้นกรณีน้ำหนักตัวน้อยกว่า 2,000 กรัม ควรให้วัคซีนตับอักเสบบีซ้ำเมื่ออายุ 1 เดือน และฉีดให้ครบสามครั้ง โดยไม่นับการฉีดเมื่อแรกเกิด
   7. การให้วัคซีนในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องอาจได้ผลไม่ดี และควรหลีกเลี่ยงวัคซีนเชื้อเป็น เพราะอาจเกิดอาการข้างเคียงที่รุนแรง
   8. ผู้ที่ได้รับยาสเตียรอยด์ขนาดสูงเป็นเวลานาน ไม่ควรให้วัคซีนเชื้อเป็น จนกว่าจะหยุดยาแล้วหนึ่งเดือน

ข้อควรระวังในการให้วัคซีนหลายชนิดพร้อมกัน


   1. ถ้าวัคซีนมีอาการข้างเคียงเหมือนกันและเกิดขึ้นพร้อมๆกัน เช่น ไข้ ไม่ควรให้ในเวลาเดียวกัน เพราะจะทำให้ไข้สูงเพิ่มขึ้น
   2. วัคซีนแต่ละเข็มควรให้คนละตำแหน่งกัน ไม่ควรนำวัคซีนต่างชนิดมาผสมกันเพื่อฉีดครั้งเดียว ยกเว้นมีข้อมูลศึกษามาก่อนว่าใช้ได้
   3. วัคซีนเชื้อเป็นสามารถให้พร้อมกันหลายชนิดในวันเดียวกันได้ แต่ถ้าจะให้ไม่พร้อมกันควรห่างกันอย่างน้อยหนึ่งเดือน  ส่วนวัคซีนเชื้อตาย จะให้ห่างกันนานเท่าใดก็ได้

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับวัคซีน

   1. ควรรับทราบจากแพทย์ว่าได้รับวัคซีนอะไร และอาจเกิดอาการข้างเคียงใดบ้างหลังฉีดวัคซีน
   2. แพทย์ต้องทำการบันทึกชื่อวัคซีนในสมุดสุขภาพทุกครั้งที่ให้วัคซีน ควรบันทึกเป็นชื่อวัคซีนที่เข้าใจได้ง่าย
   3. การให้วัคซีนหลังสัมผัสโรคแล้ว หากไม่เคยได้รับมาก่อน อาจต้องให้อิมมูโนโกลบุลินร่วมด้วย เช่น บาดทะยัก พิษสุนัขบ้า กรณีสัมผัสโรคบางชนิด เช่น หัด ตับอักเสบเอ อีสุกอีใส การให้วัคซีนภายใน 48-72 ชั่วโมง อาจป้องกันโรคได้ทัน
   4. ส่วนใหญ่การใช้วัคซีนคนละบริษัทสามารถใช้แทนกันได้ ในการให้ครั้งต่อๆ ไปการให้วัคซีนซ้ำในกรณีไม่แน่ใจว่าเคยได้รับมาก่อนหรือไม่ ไม่มีอันตราย นอกจากสิ้นเปลืองและเจ็บตัวเพิ่มขึ้น
   5. โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องตรวจเลือดก่อนและหลังรับวัคซีน ยกเว้นกรณีวัคซีนมีราคาแพง อาจเคยเป็นโรคมาก่อน และค่าตรวจเลือดไม่แพง อาจขอตรวจเลือดก่อนรับวัคซีน การตรวจเลือดหลังรับวัคซีนอาจมีความสำคัญในบางกรณี เช่น เด็กที่คลอดจากมารดาซึ่งเป็นพาหะของไวรัสตับอักเสบบี
   6. ขนาดของวัคซีนที่ใช้ในเด็กและผู้ใหญ่ไม่ได้ขึ้นกับน้ำหนักตัว แต่ใช้อายุเป็นตัวแบ่ง เช่น วัคซีนตับอักเสบเอและตับอักเสบบีใช้อายุ 18-20 ปีเป็นตัวแบ่ง วัคซีนอีสุกอีใสใช้อาย 13 ปีเป็นตัวแบ่ง วัคซีนไข้หวัดใหญ่และวัคซีนไข้สมองอักเสบเจอีใช้อายุ 3 ปีเป็นตัวแบ่ง กล่าวคือถ้าอายุน้อยกว่าอายุนั้นๆ ให้ใช้ขนาดเด็ก แต่ถ้าอายุมากกว่าให้ใช้ขนาดผู้ใหญ่
   7. การให้อิมมูโนโกลบุลินสำหรับป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ให้เน้นการฉีดรอบแผลที่ถูกกัด โดยมีขนาดที่ให้ตามน้ำหนักตัว ยกเว้นอิมมูโนโกลบุลินสำหรับป้องกันโรคบาดทะยักให้ขนาดเท่ากันหมด โดยไม่ต้องคำนึงถึงน้ำหนักตัว
   8. การให้วัคซีนห่างกันเกินกำหนดไม่ได้ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำลง แต่ถ้าระยะห่างของวัคซีนสองครั้งใกล้กันเกินไปอาจทำให้เกิดภูมิคุ้มกันในระดับต่ำกว่าที่ควรเป็น กรณีไม่ได้มารับวัคซีนตามนัด ไม่มีความจำเป็นต้องเริ่มต้นใหม่ ไม่ว่าจะเว้นไปนานเท่าใดก็ตาม ให้นับต่อจากวัคซีนครั้งก่อนได้เลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 09, 2009, 10:07:13 pm โดย admin »

MOM

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
เรียนถามคุณหมอค่ะ

ไม่ทราบว่า วัคซีนอีสุอีใส จำเป็นต้องฉีดใหมค่ะ

Chitsanu Pancharoen

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2212
ไม่ใช่วัคซีนที่บังคับให้ฉีด แต่ถ้าฉีดได้ก็ดีครับ

หมอหนุ่ม

yaya2923

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 1
วัคซีนไข้สมองอักเสบ ที่โรงพยาบาลนัด 1ปี 6 เดือน แต่ที่คลินิค นัด 1 ปี ผลของการฉีดเหมือนกันไหมค่ะ บางท่านบอกว่าฉีดตอน 1 ปีจะไม่ค่อยได้ผล

Chitsanu Pancharoen

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2212
ตอนไหนก็ได้ครับ ไม่แตกต่าง

หมอหนุ่ม

sirinya

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 6
""""""
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 17, 2011, 10:15:40 am โดย sirinya »

Chitsanu Pancharoen

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2212
ไม่น่าต้องฉีดซ้ำครับ ไม่มีอันตรายครับ

หมอหนุ่ม

sirinya

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 6
ขอบคุณค่ะ..คุณหมอ   พอดีค่อนข้างกังวลก็ปรึกษาหลายคน  แต่มีพี่ที่ทำงานเค้าแนะนำให้ฉีดซ้ำอีก 1เดือน เค้าให้เหตุผลว่าการฉีกวัคซีนที่ expi เหมือนการฉีดน้ำเปล่าให้เด็ก ภูมิคุ้มกันมันจะไม่ขึ้น หรือเปล่าค่ะ..???  แล้วตำแหน่งการฉีดวัคซีน MMR เค้าฉีด IM/SC เพราะพี่ที่ทำงานเค้าบอกต่างกันค่ะ..

chitsanu.p

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2115
ถ้าคิดมากก็อาจจะตอบแบบพี่คนนั้น แต่ถ้ามองแบบผู้เชี่ยวชาญ วัคซีนไม่ได้หมดอายุทันที เค้าเผื่อไว้เป็นเดือนๆ แปลว่าถ้าหมดอายุเล็กน้อยน่าจะสร้างภูมิได้ปกติ แม้ไม่แนะนำให้ทำ แต่ก็ไม่น่าต้องฉีดซ้ำ ไหนจะต้องอธิบายพ่อแม่เขาอย่างไร ยุ่งกันใหญ่
ส่วน IM/SC ก็เหมือนกัน หยวนๆ สร้างภูมิได้ใกล้เคียงมากครับ อย่าทำให้เกิดบ่อยๆ แต่ก็ไม่ถึงกับต้องกลุ้มใจมากมายและฉีดใหม่

หมอหนุ่ม กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีน

sirinya

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 6
ขอบคุณ  คุณหมอหนุ่มมากมายเลยค่ะ....คงจำไว้เป็นบทเรียนตลอดกาล  กับความเสี่ยงครั้งนี้
แล้ว MMR เค้าฉีดกันตำแหน่งไหนค่ะ  จะรับทราบและนำไปปฏิบัติตาม คือหนูอ่านหนังสือหลายเล่มเค้าให้ฉีด SC แต่พี่ที่ทำงานเค้าใหเฉีด IM คืออยากให้เด็กได้รับภูิมิคุ้มกันที่ดีที่สุดค่ะ   :) :)

chitsanu.p

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2115
มาตรฐานฉีด SC ครับ เพราะเป็นวัคซีนมีชีวิต ไม่อยากให้เข้ากระแสเลือดเร็ว ต้องการให้ค่อยๆ เข้าไปสู่ร่างกายช้าๆ ครับ
หมอมีหนังสือด้านวัคซีนเยอะครับ ลองดูในหน้าโฆษณาหนังสือซิครับ ต้องการเล่มไหนจะส่งไปให้ฟรีครับ เขียนที่อยู่ไว้ให้ด้วยก็ดีนะครับ
ลองเข้าไปดูเพิ่มเติมใน www.chulacc.com ก็ได้ครับ

หมอหนุ่ม

sirinya

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 6
ขอบคุณ..คุณหมอมากค่ะ..  ลองมองแล้วอยากได้ คู่มือ Vaccine 2010 และประเด็นในการสื่อสาร ,  ทักษะการสื่อสารเพื่อความเป็นเลิศด้านการบริการทางการแพทย์ และ Shortcut สื่อสารกับลูก ปกใหม่!!!  เอาไว้ใช้ในสถานีอนามัย  ไม่ทราบว่าคุณหมอจะให้ชำระค่าบริการอย่างไรค่ะ    ที่อยู่   89/27   หมู่ 6  ต.สันกลาง  อ.สันกำแพง  จ.เชียงใหม่  50130   
(หนังสือเรื่อง  สื่อสารเพื่อความเข้าใจเรื่องวัคซีน และ  หนังสือเรื่อง คู่มือ Vaccine 2010 และประเด็นในการสื่อสาร  เนื้อหาคล้ายคลึงกันหรือเปล่าค่ะ  ถ้าจะเอามาไว้ใช้ในสถานีอนามัยน่าจะใช้เล่มไหนดี  ขอคุณหมอช่วยตัดสินใจเลือกให้ด้วยค่ะ)

chitsanu.p

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2115
คู่มือวัคซีน เนื้อหาเป็นวิชาการเลย ส่วนสื่อสารเรื่องวัคซีน พูดเทคนิคในการสื่อสารครับ
จะส่งให้ฟรีนะครับ
คุณเต้ยจัดส่งให้ด้วยครับ

หมอหนุ่ม

chitsanu.p

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2115
ขอชื่อสกุลด้วยครับ

อย่าลืมเข้า www.chulacc.com

หมอหนุ่ม

sirinya

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 6
ชื่อ นิภัทรา  เตียวสกุล  ค่ะ 
ขอบคุณ  คุณหมอหนุ่มอีกครั้งนะคะ
แล้วจะแวะเวียนเข้าไปรับความรู้เพิ่มเติมที่ www.chulacc.com บ่อย ๆ ค่ะ